ผู้หญิงกำลังสควอทด้วยบาร์เบลบนหลังในยิม
การฝึกความแข็งแรงการวางแผนฝึก

จัดตารางฝึก 3 วันต่อสัปดาห์อย่างไรให้ได้ผล

Simon
March 3, 2026
8 min read

หากฝึกสัปดาห์ละ 3 วัน การฝึกทั้งตัวเหมาะกว่า Push/Pull/Legs เพราะทุกกลุ่มกล้ามเนื้อได้ฝึก 3 ครั้งแทน 1 ครั้ง และการขาดฝึก 1 ครั้งส่งผลน้อยกว่า

เวลาเข้ายิมสัปดาห์ละ 3 วันก็เพียงพอสำหรับความก้าวหน้าที่ดี ฉันเคยฝึกแบบนี้หลายช่วง รวมถึงโปรแกรมอย่าง MadCow 5x5 และช่วงที่ความแข็งแรงเพิ่มได้ดีที่สุดบางช่วงก็เป็นตอนนั้น

ข้อแลกเปลี่ยนคือมีเวลาน้อยลงสำหรับท่า Isolation และการเน้นกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน อีกทั้งการฝึกทั้งตัว 3 ครั้งอย่างจริงจังก็เหนื่อย คุณต้องสควอท กด และดึงทุกครั้ง หากอยากทำท่าเสริมมากขึ้น อาจเพิ่มวันฝึกที่ 4 แต่ถ้าต้องการแข็งแรงขึ้นในท่าหลักและมีเพียง 3 วัน แผนนี้ใช้ได้

RepCount app icon

บันทึกทุกครั้งที่ยกด้วย RepCount

แอปบันทึกการเล่นเวทฟรีสำหรับ iOS และ Android

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: แยกวันมากเกินไป

คำแนะนำที่พบบ่อยสำหรับ 3 วันคือ Push/Pull/Legs เช่น จันทร์ฝึกอกและหลังแขน พุธฝึกหลังและหน้าแขน ศุกร์ฝึกขา ดูเป็นระเบียบ แต่แต่ละกลุ่มกล้ามเนื้อได้ฝึกเพียงสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งใช้ 3 วันที่มีได้ไม่คุ้ม

ถ้าขาดวันพุธ หลังของคุณอาจไม่ได้ฝึกเกือบ 2 สัปดาห์ เพราะวันจันทร์ถัดไปเป็นวัน Push และต้องรอวัน Pull ถัดไปอีก

เมื่อฝึกทั้งตัว ขาด 1 ครั้งก็เสียหายน้อยกว่า คุณเพิ่งฝึกทุกส่วนไป 2 วันก่อน และอีก 2 วันก็จะฝึกใหม่

ความถี่สำคัญกว่าที่หลายคนคิด

Push/Pull/Legs ที่ทำ 3 วันฝึกกล้ามเนื้อแต่ละส่วนสัปดาห์ละครั้ง ส่วนการฝึกทั้งตัวทำได้ 3 ครั้ง

หลังฝึก กล้ามเนื้อส่วนใหญ่พร้อมทำงานอีกครั้งในอีก 2–3 วัน หากฝึก Push/Pull/Legs อกอาจฟื้นแล้วแต่ต้องรออีก 4–5 วันกว่าจะได้ฝึกใหม่ การฝึกทั้งตัวทำให้กลับมาฝึกเมื่อพร้อม

ปริมาณงานรวมทั้งสัปดาห์อาจเท่ากันได้ แต่กระจายต่างกัน จากประสบการณ์ของฉันและสำหรับคนที่ฝึกสม่ำเสมอมาไม่กี่ปี การแบ่งเป็น 3 ครั้งเล็ก ๆ มักทำได้ดีกว่าอัดทุกอย่างในครั้งเดียว

มือใหม่ยิ่งได้ประโยชน์จากการฝึกท่าบ่อย สควอทหรือเบนช์เพรสสัปดาห์ละครั้งให้โอกาสฝึกท่าน้อย การทำท่า Compound บ่อยขึ้นช่วยให้เรียนรู้เทคนิค ไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสสร้างกล้ามเนื้อ

ฉันสังเกตว่าท่าที่ฝึกบ่อยขึ้นมักแข็งแรงขึ้นตาม ตอนเน้นเบนช์เพรส ฉันสลับวัน 5x5 กับ 3x3 วันหนึ่งเน้นปริมาณ อีกวันยกหนัก และติดตามสองแบบแยกกัน หลังทำ 3x3 ไปไม่กี่สัปดาห์ น้ำหนักที่เคยยากใน 5x5 ก็รู้สึกง่ายขึ้น วิธีนี้ใช้ได้เพราะฝึกบ่อยพอและมีข้อมูลเทียบ RepCount ช่วยให้ดูประวัติ 5x5 และ 3x3 และรู้ว่าควรเพิ่มเมื่อไร

เรื่องความหนักของการฝึก

มือใหม่มักสควอทค่อนข้างหนักสัปดาห์ละ 3 ครั้งได้ หากจำนวนเซตไม่มาก ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก เช่น เมื่อทำครบ 3 เซต เซตละ 5 ครั้ง โดยไม่ยอมให้ท่าเสีย

สำหรับคนที่ฝึกมานาน การสควอทหนักทั้ง 3 วันยากกว่า ยังทำได้ 3 ครั้ง แต่ควรมีวันหนัก วันเบา และวันปานกลางในสัปดาห์ โปรแกรมอย่าง MadCow และ Texas Method ใช้แนวทางนี้

โปรแกรมฝึกทั้งตัว 3 วันต่อสัปดาห์

แนะนำรูปแบบ A-B-A โดย A เป็นวันหลัก: สควอท เบนช์เพรส และ Row ส่วน B เป็นวันรอง: เดดลิฟต์และ Overhead Press ทำ A วันจันทร์ B วันพุธ A วันศุกร์ หรือเลือก 3 วันอื่นที่เหมาะกับคุณ

วัน A

ท่าเซต x จำนวนครั้ง
สควอทด้วยบาร์เบล3 x 5
เบนช์เพรส3 x 5
Barbell Row3 x 8
Barbell Curl2 x 10
Tricep Pushdown2 x 12

วัน B

ท่าเซต x จำนวนครั้ง
เดดลิฟต์3 x 5
Overhead Press3 x 5
ดึงข้อหรือ Lat Pulldown3 x 8
Tricep Pushdown2 x 12

ท่า Compound ทำงานหลัก ส่วนท่าเสริมช่วยเติมส่วนที่เหลือ ใช้น้ำหนักเบากว่าและไม่ต้องคิดเรื่องเพิ่มระดับซับซ้อนเกินไป

นี่เป็นโปรแกรมสำหรับมือใหม่ แต่คนมีประสบการณ์ก็ปรับใช้ได้ เมื่อฝึกมานานขึ้นอาจต้องเพิ่มเซต ท่าเสริม 1–2 ท่า หรือท่าแบบที่หนักขึ้น

หากไม่มีบาร์เบลหรือฝึกที่บ้าน เปลี่ยนท่าได้ เช่น goblet squat แทนสควอทด้วยบาร์เบล หรือ dumbbell press แทนเบนช์เพรส โครงสร้างสำคัญกว่าชื่อท่า เลือกท่าที่เพิ่มระดับได้และฝึกต่อเนื่อง

แข็งแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ตัวโปรแกรมเป็นส่วนง่าย สิ่งที่ทำให้ได้ผลคือระบบเพิ่มระดับการฝึก

เมื่อทำครบทุกเซตและจำนวนครั้งตามเป้าแล้ว ให้เพิ่มน้ำหนักเล็กน้อยครั้งหน้า ท่าบาร์เบลมักเพิ่ม 2.5 kg ส่วนดัมเบลให้เพิ่มเท่าที่อุปกรณ์มีขั้นต่ำ

หลังเพิ่มน้ำหนัก หากเซตท้ายทำได้น้อยลง 1–2 ครั้งก็เป็นเรื่องปกติ ใช้น้ำหนักนั้นต่อจนทำครบทุกครั้งก่อนเพิ่มอีก

วิธีนี้ต้องรู้ว่าครั้งก่อนยกเท่าไร หลายคนพยายามจำแล้วจำผิด หรือหยิบน้ำหนักตามความรู้สึก นั่นเป็นการเดา ไม่ใช่ระบบพัฒนา

ฉันสร้างซอฟต์แวร์บันทึกการฝึกมาตั้งแต่ปี 2013 และนี่คือปัญหาหลักที่ RepCount ตั้งใจแก้ เมื่อเริ่มฝึก แอปแสดงผลครั้งก่อนให้เห็น สมุดจดก็ใช้ได้ สิ่งสำคัญคือมีข้อมูลตรงหน้า ไม่ต้องเก็บไว้ในความจำ

ข้อผิดพลาดในการฝึก 3 วันต่อสัปดาห์

แยกกลุ่มกล้ามเนื้อมากเกินไป หากมี 3 วันแล้วแยกส่วน แต่ละส่วนจะได้ฝึกสัปดาห์ละครั้ง เลือกฝึกทั้งตัวหรือใกล้เคียง

ทำท่ามากเกินไป ครั้งละ 5–6 ท่าก็พอ ยิ่งเพิ่มท่า ยิ่งมีแรงและเวลาน้อยสำหรับท่าหลัก

เปลี่ยนโปรแกรมบ่อยเกินไป ให้เวลาแผน 8–12 สัปดาห์ หากน้ำหนักหรือจำนวนครั้งเพิ่ม แผนกำลังได้ผล

เพิ่มน้ำหนักทั้งที่ท่ายังไม่ดี ทำครบ 3 เซต เซตละ 5 ครั้งไม่ได้แปลว่าควรเพิ่มเสมอ หากแทบไม่ไหวและท่าเริ่มเสีย ให้คงน้ำหนักไว้ก่อน บันทึกด้วยว่าแต่ละเซตรู้สึกหนักแค่ไหน

เมื่อไรควรเปลี่ยนแผน

หากฝึกทั้งตัว 3 วันมาระยะหนึ่งแล้วไม่ก้าวหน้า แม้เทคนิคดี นอนพอ และตั้งใจฝึก อาจถึงเวลาเพิ่มวันที่ 4 แบบช่วงบน/ช่วงล่างเหมาะกับ 4 วัน: ช่วงบน 2 วัน ช่วงล่าง 2 วัน จึงมีพื้นที่เพิ่มเซตและท่า Isolation โดยแต่ละครั้งไม่ยาวเกินไป

ฉันจะแนะนำ Push/Pull/Legs เมื่อฝึกอย่างน้อย 4 วัน และเหมาะที่สุดที่ 5–6 วัน ต่ำกว่านั้นความถี่ต่อกลุ่มกล้ามเนื้อน้อยเกินไป สำหรับคนส่วนใหญ่ เลือกฝึกทั้งตัว 3 วัน หรือช่วงบน/ช่วงล่าง 4 วันจะใช้เวลาได้คุ้มกว่า

แต่หลายคนยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแผน การฝึกอย่างตั้งใจและสม่ำเสมอ 3 วัน พร้อม Progressive Overload พาคุณไปได้ไกลกว่าที่คิด


RepCount เป็นแอปบันทึกการเล่นเวทฟรีสำหรับ iOS และ Android แอปแสดงน้ำหนักที่ยกครั้งก่อนเพื่อให้คุณรู้ว่าครั้งนี้ควรตั้งเป้าเท่าไร

คำถามที่พบบ่อย

ฝึก 3 วันต่อสัปดาห์พอสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงไหม?

พอสำหรับคนเล่นเวทส่วนใหญ่ที่จะพัฒนาความแข็งแรงต่อได้หลายปี หากฝึกทั้งตัวทุกครั้งจนทุกกลุ่มกล้ามเนื้อได้ฝึกสัปดาห์ละ 3 ครั้ง สิ่งที่ต้องลดคือเวลาสำหรับท่า Isolation ไม่ใช่ผลของท่าหลัก

ฝึก 3 วันควรเลือกทั้งตัวหรือ Push/Pull/Legs?

ส่วนใหญ่ควรฝึกทั้งตัว Push/Pull/Legs แบบ 3 วันฝึกแต่ละกลุ่มกล้ามเนื้อเพียงสัปดาห์ละครั้ง และหากขาดฝึก 1 วันอาจเว้นนานเกือบ 2 สัปดาห์ การฝึกทั้งตัวกระทบจากการขาดไป 1 วันน้อยกว่า

ตารางฝึก 3 วันได้ผลจริงไหม?

ได้ หากทั้ง 3 วันเป็นการฝึกทั้งตัว ไม่ใช่แยกกลุ่มกล้ามเนื้อตามวัน ทุกกลุ่มได้ฝึก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่มีพื้นที่สำหรับท่าเสริมและท่า Isolation น้อยกว่าแผนที่ฝึกหลายวัน

กฎ 3-3-3 สำหรับการฝึกคืออะไร?

เป็นคำจากสื่อสังคม ไม่ใช่หลักการฝึกที่พิสูจน์แล้ว มีทั้งแบบฝึกความแข็งแรง 3 วัน คาร์ดิโอ 3 วัน พัก 3 วัน และแบบทำ 3 ท่า ท่าละ 3 เซต สัปดาห์ละ 3 ครั้ง สิ่งที่สำคัญกว่าคือฝึกแต่ละกลุ่มกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งและเพิ่มน้ำหนักหรือจำนวนครั้งตามเวลา

วันพักทำคาร์ดิโอได้ไหม?

ได้ เดิน ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำได้ แต่ควรเลี่ยงคาร์ดิโอหนักในวันก่อนฝึกช่วงล่างหนัก

ถ้าอุปกรณ์ทำให้สควอทได้แต่น้ำหนักเบาควรทำอย่างไร?

เพิ่มจำนวนครั้ง เช่น ทำเซตละ 10–15 ครั้งแทน 5 ครั้ง ช่วยชดเชยน้ำหนักที่เบา แม้ไม่เหมาะที่สุดสำหรับความแข็งแรงสูงสุด แต่ยังใช้สร้างกล้ามเนื้อได้

ควรเปลี่ยนช่วงจำนวนครั้งไหม?

เซตหนัก 5 ครั้งช่วยเพิ่มความแข็งแรง เซตปานกลาง 8–12 ครั้งช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ทั้งสองแบบมีประโยชน์ หากเน้นขนาดกล้ามเนื้ออาจเพิ่มสัดส่วนเซต 8–12 ครั้ง แต่ยังควรเก็บสควอทและเดดลิฟต์หนักไว้

ติดตามพัฒนาการของคุณด้วย RepCount

บันทึกทุกเซต ดูการใส่แผ่นน้ำหนักที่เหมาะกับแต่ละท่า และติดตามความแข็งแรง ใช้ได้บน iOS และ Android