
วิธีบันทึกการเล่นเวทแบบไหนดีที่สุด
ผมสร้างแอปบันทึกการเล่นเวทมาตั้งแต่ปี 2013 จึงมีความเห็นเรื่องนี้แน่นอน แต่ก่อนชวนให้คุณเชื่อว่าแอปคือคำตอบ ผมขอพูดตรง ๆ: วิธีที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับรูปแบบการฝึก สิ่งที่คุณให้ความสำคัญ และวิธีที่คุณจะทำต่อได้จริง
ผมเริ่มจดในสมุด แล้วเปลี่ยนมาใช้แอป GymBuddy ซึ่งสุดท้ายผู้พัฒนาเลิกดูแล ทำให้ผมเข้าถึงข้อมูลไม่ได้ ผมจึงกลับไปใช้สมุด ความหงุดหงิดครั้งนั้นเป็นเหตุผลที่ผมสร้าง RepCount ผมยังเคยใช้สเปรดชีตกับโปรแกรมที่คำนวณน้ำหนักจากเปอร์เซ็นต์ล่วงหน้าอย่าง Madcow และ 5/3/1 ซึ่งสเปรดชีตเหมาะจริง
ผมไม่ได้ใช้ Notes หรือ Notion บันทึกการฝึกด้วยตัวเอง แต่ทำงานด้านนี้มากกว่าสิบปี จึงพอเห็นว่าวิธีไหนใช้ได้และวิธีไหนมีข้อจำกัด
สรุปสั้น ๆ
| วิธี | เหมาะกับ | ข้อจำกัดใหญ่ที่สุด |
|---|---|---|
| ปากกาและสมุดจด | ความเรียบง่าย ไม่มีสิ่งรบกวน | ดูความก้าวหน้าระยะยาวยาก |
| แอป Notes | จดเร็วและมีอยู่ในโทรศัพท์ | รกเร็ว ไม่มีโครงสร้าง |
| สเปรดชีต | โปรแกรมที่มีโครงสร้าง คนชอบข้อมูล | ใช้ระหว่างฝึกยุ่งยาก |
| Notion และเครื่องมือจัดการงาน | คนที่ใช้ Notion อยู่แล้ว | ซับซ้อนเกินจำเป็นสำหรับยิม |
| แอปบันทึกการเล่นเวทโดยเฉพาะ | ความเร็ว ความก้าวหน้า ข้อมูลระยะยาว | ต้องใช้อีกแอป และอาจมีค่าสมาชิก |
ทำไมต้องบันทึกการฝึก
ก่อนเปรียบเทียบวิธี ลองถามว่าทำไมเรื่องนี้สำคัญ ถ้าคุณไม่ได้สนใจว่าจะเพิ่มความแข็งแรงเมื่อเวลาผ่านไป ก็ไม่ต้องจดอะไร ไปยิมแล้วขยับร่างกายก็พอ ไม่ผิดเลย
แต่ถ้าอยากแข็งแรงขึ้นแบบวัดผลได้ คุณต้องทำ Progressive Overload คือทำมากกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย: เพิ่มน้ำหนัก เพิ่มอีกหนึ่งครั้ง หรือเพิ่มอีกหนึ่งเซต และจะทำไม่ได้ถ้าไม่รู้ว่าครั้งก่อนทำอะไร
หลายคนประเมินเรื่องนี้ต่ำไป คุณเข้ายิมแล้วคิดว่าจำน้ำหนักสควอทสัปดาห์ก่อนได้ แต่ส่วนใหญ่มักจำคลาด อาจต่าง 2.5 kg หนึ่งครั้ง หรือทั้งเซต และไม่ใช่แค่ตัวเลข ครั้งสุดท้ายยกฝืดมากหรือยังเหลือแรงอีกหนึ่งครั้ง? คำตอบกำหนดว่าวันนี้ควรเพิ่มน้ำหนักหรือคงน้ำหนักแล้วเพิ่มจำนวนครั้ง การตัดสินใจเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้แข็งแรงขึ้นจริง และอาศัยความจำอย่างเดียวได้ยาก
คำถามจึงไม่ใช่ว่าควรบันทึกไหม แต่ควรบันทึกอย่างไร
ปากกาและสมุดจด
วิธีดั้งเดิม สมุดหนึ่งเล่มกับปากกาหนึ่งด้าม ผมเริ่มแบบนี้ และคนเล่นเวทอีกมากยังใช้ คนสร้างความแข็งแรงด้วยวิธีนี้มานานก่อนมีสมาร์ตโฟน
ข้อดี: ไม่ต้องเรียนรู้วิธีใช้ จดท่า น้ำหนัก จำนวนครั้ง จบ ไม่ต้องเปิดแอป สร้างบัญชี หรือรับแจ้งเตือน บางคนตั้งใจฝึกได้ดีกว่าเมื่อไม่แตะโทรศัพท์ระหว่างเซต ซึ่งผมเข้าใจ การเปิดสมุดที่จดเต็มแล้วก็น่าพอใจ เพราะจับต้องได้ต่างจากข้อมูลดิจิทัล
ข้อจำกัด: นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมสร้าง RepCount ปัญหาคือหาว่าครั้งก่อนทำอะไร หากคุณฝึกแบบ Push/Pull/Legs สัปดาห์ละสามวัน เบนช์เพรสครั้งก่อนอาจอยู่หลายหน้าก่อนหน้านี้ แล้วลองหาเมื่อสี่สัปดาห์ก่อน หรือดูว่าเบนช์เพรสพัฒนาตลอดสามเดือนหรือไม่ ทำได้ในทางทฤษฎี แต่แทบไม่มีใครไล่อ่านลายมือหลายหน้าแล้วรวมตัวเลขเอง
สมุดยังหาย เปียก หรือลืมไว้ที่ยิมได้ หากสมุดหาย ข้อมูลฝึกหลายเดือนก็หายไปด้วย ไม่มีสำรอง
เหมาะกับ: คนที่ให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายเหนือสิ่งอื่น ไม่สนกราฟความก้าวหน้าระยะยาว และใช้ตารางฝึกที่ไม่ค่อยเปลี่ยน
แอป Notes (Apple Notes, Google Keep)
จุดเริ่มที่พบบ่อยสำหรับคนอยากจดแบบดิจิทัลแต่ไม่อยากโหลดแอปเฉพาะ เปิด Notes ที่มีในโทรศัพท์อยู่แล้ว แล้วพิมพ์ประมาณ “เบนช์ 80 kg 5x5, สควอท 100 kg 3x8”
ข้อดี: ฟรี เริ่มเร็ว และโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าแล้ว ไม่ต้องดาวน์โหลดหรือเรียนรู้แอปใหม่ หากต้องการเพียงจดว่าวันนี้ทำอะไร ก็ใช้ได้
ข้อจำกัด: คล้ายสมุด แต่รกเร็วกว่า ไม่กี่สัปดาห์คุณจะมีข้อความยาวที่ไม่มีโครงสร้าง การหาสควอทครั้งก่อนต้องเลื่อนและไล่อ่าน ไม่มีกราฟ ไม่มีสถิติส่วนตัว ดูแนวโน้มไม่ได้ เรียงตามท่าหรือกรองช่วงเวลาก็ไม่ได้
อีกปัญหาคือมันไม่ให้ข้อมูลกลับมา คุณป้อนข้อมูล แต่ไม่ได้คำตอบที่ใช้ประโยชน์ได้ ไม่มีกราฟ ไม่มีสถิติใหม่ ไม่มีสัญญาณว่ากำลังพัฒนา การจดอาจกลายเป็นภาระจนเลิกทำ
เหมาะกับ: คนที่เพียงอยากจดวันนี้ และไม่คิดจะย้อนดูบ่อยนัก ดีกว่าไม่จด แต่ก็ไม่มาก
สเปรดชีต (Google Sheets, Excel)
ผมเคยใช้จริง แต่ใช้กับโปรแกรมที่คำนวณจากเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่บันทึกการฝึกประจำวัน ผมเคยใช้กับ Madcow 5x5, Wendler 5/3/1 และโปรแกรมเตรียมเบนช์เพรส 12 สัปดาห์หลายแบบที่คำนวณน้ำหนักไว้ล่วงหน้า
ข้อดี: สำหรับแผนฝึกที่รู้ค่าน้ำหนักล่วงหน้า สเปรดชีตดีมาก ใส่น้ำหนักสูงสุด สูตรคำนวณน้ำหนักทำงานทุกวัน แล้วทำตามแผน มีเทมเพลตฟรีจำนวนมากสำหรับงานนี้
ข้อจำกัด: ในทางปฏิบัติ ผมพิมพ์แผนออกมาแล้วจดผลการฝึกจริงแยกอยู่ดี สเปรดชีตคำนวณน้ำหนักได้ดี แต่ผมไม่ได้ใช้ระหว่างเซสชัน เพราะมันเป็นเครื่องมือวางแผน ไม่ใช่เครื่องมือจด
ข้อมูลยังติดอยู่ในไฟล์ของโปรแกรมนั้น เมื่อโปรแกรมจบหรือคุณเปลี่ยนไปฝึกแบบที่มีโครงสร้างน้อยลง ก็เริ่มใหม่ ไม่มีข้อมูลต่อเนื่องระหว่างโปรแกรม และดูยากว่าสควอทพัฒนาผ่านสามโปรแกรมล่าสุดอย่างไร
เหมาะกับ: โปรแกรมที่ใช้น้ำหนักคำนวณจากเปอร์เซ็นต์อย่าง 5/3/1 หรือ Madcow และคนชอบข้อมูลที่ฝึกในยิมที่บ้านซึ่งมีแล็ปท็อปอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่ค่อยสะดวกเป็นบันทึกประจำวัน
Notion และเครื่องมือจัดการงาน
ผมยังไม่เคยใช้ Notion บันทึกการฝึกเอง แต่ได้ยินคนพูดถึงบ่อย โดยเฉพาะคนทำงานเทคโนโลยีที่ใช้ Notion กับทุกอย่าง ข้อดีเข้าใจได้: ยืดหยุ่น ดูดี และไม่ต้องจัดการอีกแอป
ข้อดี: คุณสร้างฐานข้อมูล Notion ที่มีท่า น้ำหนัก จำนวนครั้ง เซต วันที่ และสิ่งอื่นที่ต้องการได้ ดูเป็นระเบียบ ปรับแต่งได้ และซิงก์ข้ามอุปกรณ์ คนที่คุ้นกับ Notion จะเข้าใจรูปแบบนี้
ข้อจำกัด: Notion ออกแบบมาสำหรับจัดการงานและจดโน้ต ไม่ใช่บันทึกเซตเบนช์เพรสตอนเหงื่อออกและหอบเหนื่อย ต้องเปิดแอป เข้าไปฐานข้อมูล สร้างรายการใหม่ แล้วกรอกคุณสมบัติหลายช่อง เป็นการแตะหน้าจอมากเกินไปสำหรับสิ่งที่ต้องทำ 15–20 ครั้งต่อการฝึก
ระบบที่สร้างมักดูน่าประทับใจ แต่ใช้อย่างต่อเนื่องได้ยาก เทมเพลตสวยแค่ไหนก็ไม่ช่วย หากความยุ่งยากระหว่างฝึกทำให้เลิกกรอกหลังไม่กี่สัปดาห์
Notion ยังไม่ติดตามความก้าวหน้าอัตโนมัติ มันไม่บอกว่าคุณเพิ่งทำสถิติใหม่ที่เดดลิฟต์ 5 ครั้ง คุณต้องสร้างตรรกะเอง ซึ่งเท่ากับสร้างแอปบันทึกการเล่นเวทขึ้นในเครื่องมือจัดการงาน
เหมาะกับ: คนที่ชอบสร้างระบบใน Notion จริง และยอมรับว่าจดช้ากว่าได้ เหมาะกับวางแผนช่วงฝึกมากกว่าจดระหว่างฝึก
แอปบันทึกการเล่นเวทโดยเฉพาะ
ตรงนี้ผมมีอคติและยอมรับ ผมสร้าง RepCount เพราะลองสมุดสองครั้ง เคยเสียข้อมูลเมื่อ GymBuddy เลิกพัฒนา ใช้สเปรดชีตกับบางโปรแกรม แต่ยังหาเครื่องมือที่จดได้เร็วระหว่างพักเซตพร้อมแสดงความก้าวหน้าระยะยาวไม่ได้
ข้อดี: แอปที่สร้างมาเพื่องานนี้มีเป้าหมายเดียว: บันทึกเซตให้เร็วและแสดงความก้าวหน้า แอปที่ดีเติมรายการวันนี้จากครั้งก่อนให้ คุณจึงเห็นทันทีว่าต้องทำให้ดีกว่าตัวเลขไหน แตะบันทึกหนึ่งเซตใช้ไม่กี่วินาที แอปติดตามสถิติส่วนตัวอัตโนมัติทุกช่วงจำนวนครั้ง และกราฟบอกว่าเบนช์เพรสกำลังเพิ่ม ลด หรือคงที่ โดยไม่ต้องสร้างอะไรเอง
ความเร็วสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เมื่อพัก 90 วินาทีระหว่างสควอทหนัก คุณไม่อยากต่อสู้กับสเปรดชีตหรือเลื่อนหาโน้ต แค่มองโทรศัพท์ เห็นว่าครั้งก่อนยก 120 kg ได้ 5 ครั้ง และรู้ว่าวันนี้จะลอง 122.5 kg เท่านั้น
ข้อมูลระยะยาวคือจุดที่แอปนำชัดเจน หลังจดสม่ำเสมอ 6 เดือน คุณจะเห็นรูปแบบที่วิธีอื่นเปิดเผยได้ยาก: ท่าไหนพัฒนา ท่าไหนนิ่ง ปริมาณการฝึกเปลี่ยนอย่างไร และฟื้นตัวทันระหว่างเซสชันไหม ข้อมูลหนึ่งปีมีประโยชน์มาก สองปีอาจเปลี่ยนวิธีฝึกของคุณ
ข้อจำกัด: มันคืออีกแอปในโทรศัพท์ เป็นข้อทักท้วงที่เข้าใจได้ RepCount มีเวอร์ชันฟรีที่ให้บันทึกการฝึก ตารางฝึก และท่าที่สร้างเองได้ไม่จำกัด ไม่มีโฆษณา จึงลองได้โดยไม่จ่าย หากต้องการกราฟขั้นสูง Superset และ drop set ก็มีสมาชิกพรีเมียมในราคาที่ตั้งใจให้สมเหตุสมผล
เรื่องความไว้ใจก็สำคัญสำหรับผม เพราะเคยเจอกับ GymBuddy คุณฝากข้อมูลการฝึกหลายปีไว้ในแอปของคนอื่น หากผู้พัฒนาเลิกดูแลหรือปิดบริการ คุณอาจเสียทั้งหมด ตรวจประวัติการอัปเดตและอายุของแอปก่อนฝากข้อมูล ผมทำ RepCount คนเดียวราวสิบปี ตอนนี้เราเป็นทีมสองคนทำเต็มเวลา เป็นธุรกิจที่ดำเนินต่อได้และมีลูกค้าที่อยู่ด้วยกันมานาน บางคนบันทึกการฝึกกับเราตั้งแต่ปี 2013 เราไม่ได้มีแผนจะหายไป
เหมาะกับ: คนที่จริงจังกับการฝึกและอยากเห็นความก้าวหน้าระยะยาว ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มหรือเล่นเวทมาสิบปี ความเร็วและการติดตามอัตโนมัติช่วยได้จริง
ผมแนะนำอะไร
นี่คือความเห็นตรง ๆ รวมถึงกรณีที่ผมไม่แนะนำแอป:
ถ้าเพิ่งเริ่มเล่นเวทและยังไม่แน่ใจว่าจะทำต่อ: ใช้ Notes หนึ่งเดือน สร้างนิสัยจดสิ่งที่ทำ หากยังฝึกต่อหลังหนึ่งเดือน ค่อยเปลี่ยนมาใช้แอปเฉพาะ
ถ้าฝึกโปรแกรมที่คำนวณจากเปอร์เซ็นต์: ใช้สเปรดชีต สำหรับ 5/3/1 หรือ Madcow ที่คำนวณน้ำหนักไว้ล่วงหน้า เทมเพลตสเปรดชีตเหมาะจริง คุณอาจจดผลการฝึกจริงในแอปควบคู่ หากต้องการข้อมูลระยะยาว
ถ้าชอบสเปรดชีตและฝึกที่บ้าน: สร้างสเปรดชีต คุณน่าจะชอบ และมีแล็ปท็อปใกล้ตัวจึงลดความยุ่งยากที่สุดได้ แต่อย่าลืมสำรองข้อมูล
ถ้าชอบสร้างระบบและไม่ติดเรื่องจดช้า: ลอง Notion คุณอาจเป็นคนที่ใช้ต่อได้จริง แต่หลังสองสามสัปดาห์ ถามตัวเองว่ากำลังใช้อยู่หรือแค่ชื่นชมเทมเพลต
ถ้าอยากแข็งแรงขึ้นและสนใจความก้าวหน้า: ใช้แอปบันทึกการเล่นเวทโดยเฉพาะ ความเร็ว การเติมข้อมูลจากครั้งก่อน กราฟ และสถิติส่วนตัว วิธีอื่นเทียบยากสำหรับการเพิ่มความแข็งแรงระยะยาว ผมสร้าง RepCount ด้วยเหตุผลนี้ และมีการดาวน์โหลดแล้วกว่า 2 ล้านครั้ง
ถ้าไม่มีโทรศัพท์แล้วตั้งใจฝึกได้ดีกว่าจริง: ใช้ปากกาและสมุด บางคนเหมาะกับวิธีนี้ ฝืนเปลี่ยนไม่คุ้ม ลองถ่ายภาพทุกหน้าไว้สำรอง
ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
ความผิดพลาดใหญ่สุดไม่ใช่เลือกวิธีผิด แต่คือไม่จดเลย คนเล่นเวทที่ผมเห็นว่าตันมักเป็นคนไม่จด พวกเขายกน้ำหนักเดิมหลายเดือน รู้สึกว่าฝึกหนัก แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่พัฒนา
จดด้วยวิธีใดก็ยังดีกว่าไม่จด โน้ตที่ไม่เป็นระเบียบในโทรศัพท์ดีกว่าพยายามจำ สเปรดชีตที่กรอกไม่ครบยังดีกว่าเดา
แต่ถ้าเข้ายิมมาหลายเดือนและจริงจังกับการเพิ่มความแข็งแรง เครื่องมือที่แสดงความก้าวหน้าระยะยาวและบอกว่าวันนี้ควรทำให้ดีกว่าตัวเลขใดคุ้มค่า นี่คือสิ่งที่แอปเฉพาะทำได้ และเป็นเหตุผลที่ผมใช้เวลาสร้างมันมา 13 ปี
ลอง RepCount
หากอยากลองแอปบันทึกการเล่นเวทโดยเฉพาะ ผมก็อยากให้ลอง RepCount ดาวน์โหลดฟรี บันทึกการฝึกได้ไม่จำกัดโดยไม่เสียเงิน และเริ่มได้โดยไม่ต้องสร้างบัญชี
ดาวน์โหลด RepCount สำหรับ iOS หรือ ดาวน์โหลด RepCount สำหรับ Android
ลองบันทึกสักสองสามครั้ง หากไม่เหมาะก็ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญคือคุณได้จดการฝึก
แต่ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบ
RepCount เปิดให้ใช้บน iOS และ Android ตั้งแต่ปี 2013 และพัฒนาโดย Siper Apps AB ในสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
คำถามที่พบบ่อย
วิธีบันทึกการเล่นเวทแบบไหนดีที่สุด
สำหรับคนส่วนใหญ่ แอปบันทึกการเล่นเวทโดยเฉพาะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะใช้ได้เร็วระหว่างพักเซต และติดตามความก้าวหน้า สถิติส่วนตัว และปริมาณการฝึกให้อัตโนมัติ สมุดจดกับสเปรดชีตก็ใช้ได้ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลย้อนกลับอัตโนมัติที่ช่วยทำ Progressive Overload
ควรใช้สมุดจดหรือแอปบันทึกการเล่นเวท
ทั้งสองวิธีใช้ได้ แต่แอปเหมาะกับการติดตามความก้าวหน้าระยะยาวกว่า สมุดจดเรียบง่ายและไม่มีสิ่งรบกวน แต่ค้นได้ยากว่าเมื่อสามเดือนก่อนคุณสควอทเท่าไร หรือเบนช์เพรสมีแนวโน้มดีขึ้นไหม แอปอย่าง RepCount เติมตัวเลขจากครั้งก่อนให้ ทำให้ทำ Progressive Overload ได้ง่ายขึ้น
ใช้ Notion บันทึกการเล่นเวทได้ไหม
ได้ แต่สำหรับผมการจดระหว่างฝึกช้าเกินไป Notion ออกแบบมาสำหรับจัดการงาน ไม่ใช่บันทึกเซตระหว่างพักจากสควอทหนัก ๆ มันเหมาะกับการวางแผนช่วงฝึกมากกว่าจดการฝึกขณะทำ
ใช้สเปรดชีตบันทึกการเล่นเวทได้ไหม
สเปรดชีตเหมาะกับโปรแกรมที่คำนวณน้ำหนักล่วงหน้าจากเปอร์เซ็นต์ เช่น 5/3/1 หรือ Madcow แต่ไม่ค่อยสะดวกเป็นบันทึกประจำวัน การเปิดสเปรดชีตบนโทรศัพท์ระหว่างเซตยุ่งยาก ผมลงท้ายด้วยการพิมพ์แผนออกมาแล้วจดผลจริงแยกต่างหาก และคงไม่ได้เป็นคนเดียว
ใช้ Apple Notes หรือ Google Keep บันทึกได้ไหม
ได้ แต่เป็นการจดขั้นพื้นฐานที่สุด คุณจะได้ข้อความที่ไม่มีโครงสร้าง ไม่มีกราฟ ไม่มีสถิติส่วนตัว และดูแนวโน้มไม่ได้ ยังดีกว่าไม่จด แต่ถ้าจริงจังกับการเพิ่มความแข็งแรง คุณอาจต้องการเครื่องมือมากกว่านี้ในไม่ช้า
แอปบันทึกการเล่นเวทฟรีตัวไหนดีที่สุด
RepCount มีเวอร์ชันฟรีที่ให้ใช้ได้มาก: บันทึกการฝึกไม่จำกัด ตารางฝึกไม่จำกัด สร้างท่าเองได้ไม่จำกัด และไม่มีโฆษณา แอปอื่นจำนวนมากจำกัดจำนวนตารางฝึกหรือท่าที่สร้างเองในเวอร์ชันฟรี ซึ่งอาจไม่พอเมื่อฝึกไปสักพัก
จ่ายเงินให้แอปบันทึกการเล่นเวทคุ้มไหม
ถ้าคุณฝึกสม่ำเสมอและสนใจความก้าวหน้า ก็คุ้ม ฟีเจอร์พรีเมียมอย่างกราฟขั้นสูง Superset และการวิเคราะห์ละเอียดช่วยให้เข้าใจการฝึกมากขึ้น แต่ลองเวอร์ชันฟรีก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเมื่ออยากใช้เพิ่ม
ควรบันทึกอะไรในการเล่นเวท
อย่างน้อยจดท่า น้ำหนัก และจำนวนครั้งของทุกเซต เท่านี้ก็พอสำหรับ Progressive Overload หากอยากละเอียดขึ้น จดเวลาพัก RPE (ระดับความเหนื่อยที่รู้สึก) และน้ำหนักตัวได้ อย่าทำให้ซับซ้อนเกินไป ความสม่ำเสมอสำคัญกว่ารายละเอียด